ไมโครโฟน คืออุปกรณ์ที่มีไว้รับเสียงแล้วส่งไปยังเครื่องขยายเสียงเพื่อส่งให้เสียงนั้นออกไปทางลำโพงดังที่เราเคยได้ยินกันโดยทั่วทั้งการร้องเพลง,การพูดส่วนไมรโครโฟนที่จะให้เสียงที่ดีนั้นก็ต้องขึ้นอยู่ที่พื้นฐานเสียงของเราด้วยว่าเป็นแบบไหนแล้วใช้การปรับช่วยให้เสียงเราที่ดังออกไปนั้นดีขึ้นน่าฟังมากขึ้น ไมโครโฟนนั้นมีหลากหลายรูปแบบและการใช้งานดังนั้นควรเลือกแบบที่เหมาะสมกับการใช้งานด้วย
รูปแบบในการใช้งานไมโครโฟน มีดังนี้
● สำหรับขยายเสียง เอาไว้ในการกระจายเสียงต้องใช้แบบที่สามารถส่งเสียงออกไปได้แบบชัดเจนไม่ต้อการความไพเราะของเสียงแต่ต้องการความชัดเจนในการพูดควรใช้แบบไดนามิกเพราะไม่ต้องการความละเอียดของเสียงมาก
● สำหรับบันทึกเสียง เอาไว้ใช้สำหรับบันทึกสิ่งที่เราพูดไว้เพื่อเอามาไว้เปิดเตือนความจำหรือส่งเป็นไฟล์เสียงไปยังที่ต่างๆและยังใช้งานในกลุ่มนักข่าวอีกด้วยเวลาสัมภาษณ์ที่ไม่ใช่การออกอากาศแบบสดควรใช้แบบไดนามิค
● สำหรับไว้สัมภาษณ์ เอาไว้สัมภาษณ์ผู้อื่นส่วนมากใช้ในงานทำข่าวหรือใช้ในผู้ที่จัดทำรายการต่างๆต้องรับเสียงได้ชัดเจนฟังง่ายเพราะบางคนนั้นเสียงเบาหรือดังแตกต่างกันควรใช้แบบไดนามิค
● สำหรับร้องเพลง เอาไว้ใช้งานสำหรับนักร้องหรือตามร้านอาหารที่มีการร้องเพลง ต้องเป็นไมโครโฟนที่ต่อกับเครื่องขยายที่สามารถปรับเสียงได้เพื่อให้ความไพเราะในการรับฟัง ถ้าร้องเพลงสดควรใช้แบบไดนามิคแต่หากเป็นการอัดเสียงควรใช้แบบคอนเดนเซอร์เพราะจะให้ความไพเราะและความระเอียดของเสียงที่ส่งออกไปมากกว่า
● สำหรับอัดรายการ เอาไว้สำหรับการจัดรายการของนักวิทยุเพื่อถ่ายทอดเสียงที่น่าสนใจและน่าติดตามต้องมีความคมชัดของเสียงที่ปล่อยออกไปถ้าเป็นรายการสดควรใช้แบบไดนามิค
● สำหรับอัดเสียงแบบมืออาชีพ เอาไว้สำหรับการอัดเสียงร้องเพลงหรือสปอร์ตโฆษณาต่างๆต้องมีความแม่นยำของเสียงและต้องสามารปรับเสียงได้เพื่อถ่ายทอดเสียงออกไปได้อย่างมีคุณภาพควรใช้แบบคอนเดนเซอร์
หลักในการเลือกซื้อไมโครโฟน มีดังนี้
1. เลือกที่เหมาะกับความต้องการการใช้งานเพราะจะได้เลือกได้ถูกประเภทและเพื่อเป็นการไม่ต้องซื้อใหม่หลายรอบ
2. ควรเลือกว่าต้องการใช้ไมโครโฟนแบบใด
3. เลือกที่คุณภาพของไมโครโฟนเพราะบางยี่ห้อนั้นทำออกมาจำหน่ายแบบเป็นเซตหลายๆตัวหรือแบบคู่แต่มีคุณภาพนั้นเทียบเท่ากับมาแบบตัวเดียวไมได้ควรคำนึงถึงคุณภาพมากกว่าปริมาณที่มากแต่ไม่มีคุณภาพ
4. เลือกที่ราคาเพราะบางครั้งบางทีการซื้อของที่มีราคาสูงก็ไม่ได้แปว่าเราจะได้ของเสียมาใช้งานจึงต้องดูให้ดีว่าคุณสมบัตินั้นสมราคาหรือไม่
5. เลือกที่มีการรับประกันสินค้าเพราะหากเรานั้นซื้อสินค้ามาแล้วแต่ใช้งานไม่ได้เกิดมีปัญหาเราจะได้สารถนำไปเปลี่ยนได้หรือเกิดมีปัญหาในช่วงที่อยู่ในระยะประกันจะได้ส่งให้ทางร้านแก้ไขให้ได้
6. เลือกทียี่ห้อที่มีความน่าเชื่อถือและมีคนนิยมเพราะเป็นอีกหนึ่งการยืนยันว่าสินค้านั้นมีคุณภาพจริงๆทำให้เรานั้นง่ายต่อการตัดสินใจซื้อได้